ไข้หวัดใหญ่ (Influenza): อาการ การป้องกัน และการรักษา
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza): อาการ การป้องกัน และการรักษา
ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งแตกต่างจากโรคหวัดธรรมดา แม้ว่าจะมีอาการคล้ายคลึงกันบางประการ แต่ไข้หวัดใหญ่มักมีอาการรุนแรงกว่าและสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
โรคนี้พบได้ตลอดทั้งปีในประเทศไทย แต่มีแนวโน้มระบาดมากขึ้นในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียน สถานที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า และระบบขนส่งสาธารณะ
สาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา โดยชนิดที่ก่อโรคในคนได้บ่อย ได้แก่
- Influenza A
- Influenza B
เชื้อไวรัสสามารถเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้ที่เคยเป็นไข้หวัดใหญ่มาแล้วสามารถติดเชื้อซ้ำได้ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
ไข้หวัดใหญ่ติดต่อได้อย่างไร?
โรคไข้หวัดใหญ่แพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือพูดคุยใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนแล้วนำมือมาสัมผัสตา จมูก หรือปาก
ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 1 วันก่อนเริ่มมีอาการ และต่อเนื่องได้อีกประมาณ 5–7 วันหลังเริ่มป่วย โดยเด็กเล็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจแพร่เชื้อได้นานกว่านี้
อาการของไข้หวัดใหญ่
อาการของไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าหวัดทั่วไป โดยอาจมีอาการดังต่อไปนี้
- ไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
- หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ
- อ่อนเพลียมาก
- ไอแห้ง
- เจ็บคอ
- คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล
- เบื่ออาหาร
ในบางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจไม่มีไข้สูงชัดเจน แต่มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย หรือซึมลงแทน
ไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากหวัดธรรมดาอย่างไร?
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังเป็นพิเศษ
แม้คนทั่วไปสามารถหายจากไข้หวัดใหญ่ได้เอง แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่
- ผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป
- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง เช่น หอบหืด หรือ COPD
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
- ผู้ป่วยมะเร็ง
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก
ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่
แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายได้ภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น
1. ปอดอักเสบ (Pneumonia) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่
2. หลอดลมอักเสบ ทำให้มีอาการไอเรื้อรังและหายใจลำบากมากขึ้น
3. โรคหอบหืดหรือ COPD กำเริบ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังอาจมีอาการกำเริบรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
4. กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ พบไม่บ่อย แต่สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
5. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ หรือภาวะสับสนเฉียบพลัน โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ
การวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่
แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคจากอาการและประวัติการสัมผัสโรค ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น
- การตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่แบบรวดเร็ว (Rapid Influenza Test)
- การตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ซึ่งมีความแม่นยำสูง
การรักษาไข้หวัดใหญ่
1. การรักษาตามอาการ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาที่บ้านได้ โดย
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำมาก ๆ
- รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล
- หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้
2. การใช้ยาต้านไวรัส แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น Oseltamivir ในผู้ป่วยที่
- มีอาการรุนแรง
- อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
- เริ่มรักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังมีอาการ
การได้รับยาต้านไวรัสอย่างรวดเร็วสามารถช่วยลดระยะเวลาการเจ็บป่วยและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนได้
สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์
หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว
- หายใจเหนื่อยหรือหอบ
- เจ็บหน้าอก
- ไข้สูงต่อเนื่องหลายวัน
- ซึมลงหรือสับสน
- รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้
- ออกซิเจนในเลือดต่ำ
- อาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลงอีกครั้ง
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ป้องกันได้ดีที่สุด
การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด โดยองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกแนะนำให้ประชาชนอายุ 6 เดือนขึ้นไปได้รับวัคซีนทุกปี วัคซีนสามารถช่วย
- ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- ลดความรุนแรงของอาการ
- ลดการนอนโรงพยาบาล
- ลดการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และบุคลากรทางการแพทย์
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่พบได้บ่อยและสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก การพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เป็นแนวทางสำคัญในการลดความรุนแรงของโรคและป้องกันการแพร่ระบาดในชุมชน
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช
เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด
หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่
ที่อยู่โรงพยาบาล
104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000