เมื่อนิ้วขาด ต้องทำอย่างไร?
การปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง เพิ่มโอกาส “ต่อกลับได้”
อุบัติเหตุที่ทำให้นิ้วขาดอาจเกิดจากเครื่องจักร ของมีคม หรืออุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญคือ ต้องปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพราะสภาพของบาดแผลและชิ้นส่วนนิ้วที่ขาดมีผลต่อโอกาสในการผ่าตัดต่ออวัยวะและการกลับมาใช้งานในอนาคต
1. ควบคุมเลือดออกก่อน
เมื่อเกิดเหตุ ควรเริ่มจากการห้ามเลือด โดย
- ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกดบริเวณบาดแผล
- ยกมือให้สูงกว่าระดับหัวใจ
- กดแผลต่อเนื่องเพื่อควบคุมเลือดออก
การห้ามเลือดอย่างเหมาะสมช่วยลดการเสียเลือดและเพิ่มความปลอดภัยระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
2. ดูแลบาดแผลอย่างระมัดระวัง
หลังควบคุมเลือดออกแล้ว สามารถดูแลบริเวณแผลโดย
- ล้างเบา ๆ ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ
- ปิดด้วยผ้าก๊อซสะอาด
- หลีกเลี่ยงการพันแผลแน่นเกินไป
ไม่ควรขัดหรือทำความสะอาดแผลอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายเพิ่มขึ้น
3. วิธีเก็บนิ้วที่ขาดให้ถูกต้อง
การเก็บชิ้นส่วนนิ้วเป็นขั้นตอนสำคัญมาก โดยควร
- เก็บชิ้นส่วนนิ้วที่ขาดให้ครบ
- ห่อด้วยผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซที่ชื้นเล็กน้อย
- ใส่ในถุงพลาสติกสะอาดและปิดให้สนิท
- นำถุงดังกล่าวไปวางในภาชนะที่มีน้ำแข็ง เพื่อรักษาอุณหภูมิให้เย็น
สิ่งที่ห้ามทำ
- ห้ามให้นิ้วสัมผัสน้ำแข็งโดยตรง
- ห้ามแช่นิ้วลงในน้ำ
- ห้ามปล่อยชิ้นส่วนให้แห้ง
การเก็บรักษาอย่างถูกวิธีช่วยลดความเสียหายของเนื้อเยื่อและเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดต่อสำเร็จ
4. รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
หลังเกิดอุบัติเหตุควรนำทั้งผู้ป่วยและชิ้นส่วนนิ้วที่ขาดไปโรงพยาบาลโดยเร็ว เพราะโดยทั่วไป ยิ่งได้รับการรักษาเร็ว โอกาสในการต่ออวัยวะสำเร็จก็ยิ่งดีขึ้น
หากชิ้นส่วนนิ้วได้รับการเก็บรักษาในอุณหภูมิเย็นอย่างถูกวิธี จะช่วยชะลอความเสียหายของเนื้อเยื่อระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล
สิ่งที่ไม่ควรทำหลังนิ้วขาด
เพื่อป้องกันความเสียหายของเนื้อเยื่อเพิ่มเติม ควรหลีกเลี่ยง
- การแช่นิ้วในน้ำหรือน้ำแข็งโดยตรง
- การใช้แอลกอฮอล์หรือสารเคมีทำความสะอาด
- การล้างหรือขัดบริเวณแผลอย่างแรง
- การพันแผลแน่นเกินไป
จำง่าย 4 ขั้นตอน
ห้ามเลือด → ปิดแผล → เก็บนิ้วให้ถูกวิธี → รีบไปโรงพยาบาล
การดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่นาทีแรกสามารถเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดต่ออวัยวะและช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาใช้งานนิ้วหรือมือได้ดีขึ้น