ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้ทุกปี และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หรือการกำเริบของโรคหัวใจและโรคปอดเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว การรับวัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคไข้หวัดใหญ่.
วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 รูปแบบหลัก
1. วัคซีนชนิดฉีด Inactivated Influenza Vaccine (IIV)
เป็น วัคซีนเชื้อตาย ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยทั่วไปสามารถใช้ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 6 เดือนขึ้นไป รวมถึงกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
วัคซีนชนิดฉีดเป็นรูปแบบที่ใช้แพร่หลายและมีข้อมูลด้านความปลอดภัยจำนวนมาก.
2. วัคซีนชนิดพ่นจมูก Live Attenuated Influenza Vaccine (LAIV)
เป็น วัคซีนเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ ให้โดยการพ่นเข้าสู่โพรงจมูก มีจุดเด่นคือกระตุ้นภูมิคุ้มกันบริเวณเยื่อบุจมูกและทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นบริเวณแรก ๆ ที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย.
โดยทั่วไปเหมาะกับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุประมาณ 2–49 ปี และไม่เหมาะกับบางกลุ่ม เช่น หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
ประสิทธิผลต่างกันอย่างไร?
วัคซีนทั้งสองชนิดมีเป้าหมายเหมือนกัน คือกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถจดจำและตอบสนองต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้รวดเร็วขึ้น.
วัคซีนแบบฉีด (IIV)
- สามารถช่วยลด
- โอกาสป่วยจากไข้หวัดใหญ่
- ความรุนแรงของโรค
- การเข้ารักษาในโรงพยาบาล
- ความเสี่ยงต่อผลลัพธ์รุนแรงในกลุ่มเสี่ยง
ประสิทธิผลโดยรวมอาจอยู่ประมาณ 40–60% ในฤดูกาลที่สายพันธุ์ในวัคซีนมีความสอดคล้องกับไวรัสที่กำลังระบาด.
วัคซีนแบบพ่นจมูก (LAIV)
มีจุดเด่นในการกระตุ้น ภูมิคุ้มกันเฉพาะที่บริเวณเยื่อบุจมูกและทางเดินหายใจส่วนต้น ในเด็กและวัยรุ่นมีข้อมูลว่าประสิทธิผลอาจใกล้เคียงกับวัคซีนชนิดฉีด และบางฤดูกาลอาจได้ผลดีกว่า ขณะที่ในผู้ใหญ่ประสิทธิผลโดยรวมไม่ได้แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากวัคซีนแบบฉีด.
โดยรวมแล้ว ประสิทธิผลของวัคซีนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สุขภาพของผู้รับวัคซีน และความตรงกันระหว่างสายพันธุ์ในวัคซีนกับไวรัสที่ระบาดในปีนั้น.
ผลข้างเคียง
อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เองภายในช่วงสั้น ๆ สำหรับวัคซีนชนิดฉีด อาการโดยทั่วไปมักดีขึ้นภายในประมาณ 1–3 วัน.
วัคซีนทำให้เป็นไข้หวัดใหญ่ได้หรือไม่?
โดยหลักแล้ว วัคซีนทั้งชนิดฉีดและชนิดพ่นจมูกไม่ได้ทำให้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่จริง อาการคล้ายไข้หวัดเล็กน้อยที่อาจพบหลังรับวัคซีนสัมพันธ์กับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน.
ควรเลือกแบบไหนดี?
ผู้สูงอายุ / หญิงตั้งครรภ์ / ผู้มีโรคเรื้อรัง / ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
- → โดยทั่วไปเหมาะกับ วัคซีนชนิดฉีด (IIV) มากกว่า.
เด็กโต / วัยรุ่น / วัยทำงานที่สุขภาพแข็งแรง และไม่ต้องการฉีดเข็ม
- → อาจพิจารณา วัคซีนชนิดพ่นจมูก (LAIV) หากไม่มีข้อห้ามและได้รับการประเมินความเหมาะสม.
สรุปจำง่าย
แบบฉีด (IIV)
- → ใช้ได้ครอบคลุมกลุ่มอายุมากกว่า
- → เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยงหลายกลุ่ม
แบบพ่นจมูก (LAIV)
- → ไม่ต้องใช้เข็ม
- → เหมาะกับผู้ที่สุขภาพแข็งแรงในช่วงอายุที่กำหนด
- → ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ
และไม่ว่าจะเลือกชนิดใด ควรรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์และองค์ประกอบวัคซีนมีการปรับให้เหมาะกับแต่ละฤดูกาล