เมนู
โปรโมชั่นและแพ็คเกจ

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ต้องดูทั้ง BMI และเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย

18 ส.ค. 2569

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน ต้องดูทั้ง BMI และเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย

การประเมินว่าบุคคลมีน้ำหนักเกินหรือไม่ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) เพราะ BMI คำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง แต่ไม่สามารถแยกได้ว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก กล้ามเนื้อหรือไขมัน ดังนั้น การประเมินร่วมกับ เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (% Body Fat) จะช่วยให้เห็นองค์ประกอบของร่างกายและประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ชัดเจนขึ้น

BMI คืออะไร?

  • BMI เป็นเครื่องมือคัดกรองภาวะน้ำหนักตัวที่ใช้อย่างแพร่หลาย โดยคำนวณจาก
  • BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง (เมตร)²

สำหรับประชากรเอเชีย เมื่อ BMI ตั้งแต่ประมาณ 23 ขึ้นไป ความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ เริ่มเพิ่มขึ้น

ข้อจำกัดของ BMI

BMI ไม่สามารถบอกองค์ประกอบของร่างกายได้โดยตรง เช่น

คนที่มีกล้ามเนื้อมากอาจมี BMI สูง แต่ไม่ได้มีไขมันสูง

บางคนอาจมี BMI ปกติ แต่มีไขมันสะสมมาก

ดังนั้น การดู BMI เพียงค่าเดียวอาจทำให้ประเมินภาวะอ้วนคลาดเคลื่อนได้

เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (% Body Fat)

% Body Fat คือสัดส่วนของไขมันเมื่อเทียบกับมวลร่างกายทั้งหมด จึงช่วยสะท้อนปริมาณไขมันและความเสี่ยงทางเมตาบอลิซึมได้โดยตรงมากขึ้น

โดยเฉพาะ ไขมันสะสมในช่องท้อง มีความสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันพอกตับ และโรคหลอดเลือดหัวใจ

ควรดู BMI และ % Body Fat ร่วมกัน

เมื่อนำทั้งสองค่ามาพิจารณาร่วมกัน สามารถแบ่งลักษณะได้เป็น

  • BMI สูง + %Fat สูง → มีภาวะอ้วน
  • BMI สูง + %Fat ปกติ → อาจมีกล้ามเนื้อมาก ไม่ได้อ้วนจากไขมัน
  • BMI ปกติ + %Fat สูง → ภาวะอ้วนแฝง (Skinny Fat)
  • BMI ปกติ + %Fat ปกติ → องค์ประกอบร่างกายอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

ภาวะ อ้วนแฝง มีความสำคัญ เพราะแม้ภายนอกดูไม่อ้วน แต่ไขมันในร่างกายสูงและยังมีความเสี่ยงต่อโรคทางเมตาบอลิซึมได้

เกณฑ์ที่ควรระวัง

บทความระบุว่าความเสี่ยงต่อสุขภาพควรได้รับความสนใจเมื่อเข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่

BMI ≥ 25 สำหรับคนเอเชีย

หรือ

% Body Fat ≥ 25% ในผู้ชาย / ≥ 35% ในผู้หญิง

แม้ BMI จะอยู่ในช่วงปกติ แต่หากเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง ก็ยังอาจมีความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิซึมได้

สรุป

BMI เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้นที่สะดวก แต่ไม่สามารถแสดงปริมาณไขมันในร่างกายได้ทั้งหมด ดังนั้น การประเมินภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนให้เหมาะสม ควรใช้ BMI ร่วมกับ % Body Fat เพื่อช่วยลดความคลาดเคลื่อนและใช้ประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น

บทความสุขภาพ

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ชลเวช

เราบริการด้วยคุณภาพตามความต้องการ ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่น โดยมีเป้าหมายการบริการที่มีประสิทธิภาพ ให้ผู้มาใช้บริการ มีความพึงพอใจสูงสุด

โทรหาเราได้ที่

038-284354

038-284355

พร้อมบริการทุกวัน 24 ชม.

หากท่านมีข้อคำถาม หรือติดต่อเจ้าหน้าที่

ที่อยู่โรงพยาบาล

104/15 ก ซ.หน้าวัดต้นสน ถ.อัคนิวาต อ.เมือง จ,ชลบุรี 20000