โรคฉี่หนู ภัยจากน้ำท่วมที่ไม่ควรมองข้าม
โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียในสกุล Leptospira ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน แม้ชื่อภาษาไทยจะเรียกว่า “โรคฉี่หนู” แต่ไม่ได้หมายความว่าหนูเป็นสัตว์ที่แพร่เชื้อได้เพียงชนิดเดียว สัตว์หลายชนิดสามารถติดเชื้อและขับเชื้อออกมากับปัสสาวะได้ เช่น หนู สุนัข สุกร โค และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น
เมื่อปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อปนเปื้อนลงใน น้ำ ดิน โคลน หรือพื้นที่ชื้นแฉะ เชื้อสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมและเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ ด้วยเหตุนี้ ช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วม และระยะหลังน้ำลดจึงเป็นช่วงที่ประชาชนควรระมัดระวังโรคฉี่หนูเป็นพิเศษ
โรคฉี่หนูติดต่อได้อย่างไร?
คนสามารถได้รับเชื้อจากการสัมผัสปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อโดยตรง หรือสัมผัสน้ำ ดิน และโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อ เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่าน
- บาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณผิวหนัง
- ผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานานจนเปื่อย
- เยื่อบุตา
- จมูก
- ปากและเยื่อบุบริเวณอื่น
ดังนั้น ผู้ที่เดินลุยน้ำท่วมด้วยเท้าเปล่า มีบาดแผลที่เท้าหรือขา ทำงานในพื้นที่เปียกชื้น หรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลดโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน จึงมีโอกาสสัมผัสเชื้อเพิ่มขึ้น
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อโรคฉี่หนู?
โรคฉี่หนูไม่ได้เกิดเฉพาะในเกษตรกรเท่านั้น ผู้ที่มีประวัติสัมผัสน้ำหรือดินที่อาจปนเปื้อนเชื้อล้วนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะ
- ผู้ที่เดินหรือลุยน้ำท่วมและน้ำขัง
- ผู้ที่ทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
- เกษตรกรและผู้ทำงานในพื้นที่ชื้นแฉะ
- ผู้ที่สัมผัสดิน โคลน คูคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ
- ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์หรือของเสียจากสัตว์
- ผู้ที่มีบาดแผลบริเวณมือ เท้า หรือขณะสัมผัสน้ำและดิน
อาการโรคฉี่หนูเป็นอย่างไร?
หลังได้รับเชื้อ ผู้ป่วยอาจยังไม่มีอาการทันที โดยระยะฟักตัวพบได้ตั้งแต่ประมาณ 2–30 วัน และโดยทั่วไปมักอยู่ราว 1–2 สัปดาห์ อาการในระยะแรกอาจคล้ายโรคติดเชื้อทั่วไป ได้แก่
- ไข้สูงหรือไข้เฉียบพลัน
- หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้อง
- ตาแดง
- ปวดกล้ามเนื้อ
อาการที่ค่อนข้างเป็นลักษณะสำคัญของโรคฉี่หนูคือ อาการปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ซึ่งอาจปวดมากกว่าที่พบในไข้ทั่วไป
โรคฉี่หนูรุนแรงได้แค่ไหน?
ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้หลังได้รับการรักษาที่เหมาะสม แต่บางรายอาจเกิดโรครุนแรงและมีความผิดปกติของหลายอวัยวะ ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่
1.ไตวายเฉียบพลัน เชื้อสามารถส่งผลต่อการทำงานของไต ทำให้ปัสสาวะผิดปกติและเกิดภาวะไตวายได้
2.ตับผิดปกติและตัวเหลือง ตาเหลือง ผู้ป่วยที่มีโรครุนแรงอาจมีระดับบิลิรูบินสูงจนเกิดดีซ่าน
3.เลือดออกในปอด เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ผู้ป่วยอาจมีอาการหอบเหนื่อย ไอเป็นเลือด หรือเกิดภาวะหายใจล้มเหลว
4.กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคฉี่หนูสามารถส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยบางราย
5.เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
6.ภาวะรุนแรงที่มีดีซ่าน ไตวาย และภาวะเลือดออกมักเรียกว่า Weil´s disease ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาและติดตามอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล
ลุยน้ำท่วมแล้วมีไข้ ต้องคิดถึงโรคฉี่หนู
สิ่งสำคัญคืออาการในระยะแรกของโรคฉี่หนูอาจคล้ายกับโรคอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก สครับไทฟัส หรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ ทำให้การวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวอาจทำได้ยาก ดังนั้น หากมีประวัติ ลุยน้ำท่วม น้ำขัง สัมผัสดินหรือโคลน แล้วมีไข้ภายในช่วงประมาณ 1 เดือนหลังสัมผัส โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดศีรษะ ปวดน่องมาก ตาแดง คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินให้ชัดเจน
โรคฉี่หนูรักษาอย่างไร?
โรคฉี่หนูสามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ โดยแพทย์จะเลือกชนิดยา วิธีให้ยา และระยะเวลาการรักษาตามความรุนแรง อายุ โรคประจำตัว และสภาวะของผู้ป่วย ยาที่อาจนำมาใช้ในการรักษา เช่น doxycycline, amoxicillin, ampicillin, penicillin หรือ ceftriaxone ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมถึงได้รับสารน้ำ การแก้ไขความผิดปกติของเกลือแร่ การฟอกไตในรายที่มีไตวาย หรือการช่วยหายใจในผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนทางปอด
ป้องกันโรคฉี่หนูอย่างไรในช่วงน้ำท่วม?
การลดการสัมผัสเชื้อเป็นวิธีป้องกันที่สำคัญ โดยควรปฏิบัติดังนี้
• หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำท่วมหรือน้ำขังโดยไม่จำเป็น
• หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูตหรืออุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
• ปิดบาดแผลด้วยวัสดุกันน้ำก่อนสัมผัสน้ำหรือดิน
• หลังขึ้นจากน้ำควรล้างมือและเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่
• เช็ดเท้าและซอกนิ้วให้แห้ง
• เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรือปนเปื้อนโดยเร็ว
• สวมถุงมือและรองเท้าบูตเมื่อต้องทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด
• ลดแหล่งอาหารและแหล่งอาศัยของหนูบริเวณบ้าน
• เก็บอาหารและน้ำดื่มให้มิดชิด
เมื่อไรควรรีบไปโรงพยาบาล?
หากมีประวัติลุยน้ำท่วม สัมผัสน้ำขัง ดินหรือโคลน แล้วมีไข้ ไม่ควรรอดูอาการเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหากมีอาการต่อไปนี้
• ไข้สูงต่อเนื่อง
• ปวดน่องหรือปวดกล้ามเนื้อมาก
• ตาแดง
• อาเจียนมากหรือรับประทานอาหารไม่ได้
• ปัสสาวะน้อยลง
• ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
• หอบเหนื่อย หายใจลำบาก
• ไอเป็นเลือด
• ซึมลงหรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท
โรคฉี่หนู ป้องกันได้ และรักษาได้หากรู้เร็ว
โรคฉี่หนูเป็นโรคติดเชื้อที่สัมพันธ์กับการสัมผัสน้ำ ดิน และโคลนที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ จึงเป็นโรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงฝนตก น้ำท่วม และหลังน้ำลด หัวใจสำคัญคือ “ป้องกันการสัมผัส สังเกตอาการ และแจ้งประวัติให้แพทย์ทราบ”
หากเคยลุยน้ำท่วมหรือสัมผัสพื้นที่เสี่ยง แล้วมีไข้ภายในช่วงหลายวันถึงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดน่อง ตาแดง หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินโดยเร็ว เพราะการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญต่อการลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรค